ในบทที่ 41 ของเต๋าจิง ลือซือได้เปิดเผยคุณสมบัติอันน่าประหลาดใจของความจริง:ความจริงมักจะตรงกันข้ามกับสัญชาตญาณเมื่อเราเผชิญหน้ากับ 'เต๋า' ปฏิกิริยาของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับความจริงเอง แต่ขึ้นอยู่กับระดับชีวิตและความเข้าใจของเรา ลือซือเชื่อว่า 'เต๋า' ที่แท้จริงต้องสามารถทำให้คนธรรมดาหัวเราะได้ หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ก็ไม่อาจถือว่าเป็น 'เต๋า' ที่แท้จริงได้
สามระดับของการเข้าใจเต๋า
- ผู้รู้สูง (ผู้มีการรับรู้สูง)หลังจากได้ยินเต๋าแล้ว รู้สึกเหมือนได้พบสมบัติล้ำค่า รีบนำเข้ามาปรับใช้ในชีวิตทันที ความขยันนี้ไม่ใช่ความขยันภายนอก แต่เป็นการตั้งสติและสังเกตจิตใจอย่างต่อเนื่อง
- คนกลาง (คนทั่วไปที่ลังเล)ถูกตรรกะของโลกปัจจุบันรบกวน ไม่แน่ใจในความจริง ต้องตัดสินใจระหว่าง 'เต๋า' กับ 'ผลประโยชน์' ทำให้สถานะชีวิตแสดงอาการลังเลและไม่แน่นอน
- คนธรรมดา (ผู้รับรู้เพียงผิวเผิน)ใช้ประสาทสัมผัสจำกัดและอคติทางสังคมในการประเมินสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะไม่สามารถเข้าใจตรรกะที่เหนือกว่า จึงใช้การหัวเราะอย่างดังเพื่อปกปิดความไม่รู้ และเสียงหัวเราะนี้กลับพิสูจน์ความจริงของเต๋าได้อย่างชัดเจน
การโต้แย้งเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่: ข้ามความงามของประสาทสัมผัส
ลือซือได้ยกตัวอย่างลักษณะของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่ออธิบายว่าสถานะสุดยอดมักจะเกินขีดจำกัดของความเข้าใจมนุษย์:
- เสียงอันยิ่งใหญ่ไร้เสียง:頻率最高、最和諧的聲音,反而超越了肉耳可聽的範圍。
- รูปทรงอันยิ่งใหญ่ไร้รูปร่างรูปทรงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด (เช่น ภาพรวมของจักรวาล) เพราะใหญ่จนมองไม่เห็นขอบเขต จึงดูเหมือนไม่มีรูปร่าง
- สิ่งสำคัญที่ใช้เวลานาน (ไม่ต้องสร้างเสร็จ)ชีวิตหรือความสามารถระดับสูงสุด จะไม่ถูกกำหนดไว้ในทันที แต่คงไว้ซึ่งศักยภาพในการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
การคิดอย่างลึกซึ้ง: การสังเกตแบบกลับด้าน
เมื่อคุณพบว่าความจริงที่ลึกซึ้งขัดแย้งกับแนวคิดหลัก หรือถูกคนทั่วไปหัวเราะว่า 'โง่' หรือ 'ไม่สมเหตุสมผล' อย่ารีบปฏิเสธทันที นี่อาจเป็นการแสดงออกของ 'เมิงเต๋อจวงหมㄟ' — จุดเริ่มต้นของความจริงมักอยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา